ขั้นตอนการจดลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องของไทย




คนอื่นสนุกเจ้าของธุรกิจไม่สนุกแถมปิดกิจการ

ความสนุกความบันเทิงต่างๆนั้นถ้าไม่มีผู้ผลิตก็ไม่มีคนให้ความบันเทิงดังเช่นเพลงและภาพยนตร์ต่างๆ เราทุกคนนั้นก็คงต้องหาอะไรทำที่นอกเหนือจากกิจกรรมเหล่านี้ที่บอกไปเพราะถ้าผู้ผลิตโดนละเมิดลิขสิทธิ์ไปแล้วนั้นก็เท่ากับว่าเค้าจะไม่ได้ทุนจากการผลิตที่เสียไปเลยถึงแม้อาจจะไม่ได้เสียไปทั้งหมดแต่อย่างน้อยก็คงมากมายมหาศาลอยู่ดี อย่างภาพยนตร์บางเรื่องนั้นใช้งบประมานในการถ่ายทำเป็นหลักล้านร้อยล้านนั้นถ้าไม่มีคนเข้าไปดูเลยนั้นก็เท่ากับว่าขาดทุนแน่นอนอยู่แล้ว พอเมื่อมีเป็นแผ่น VCD DVD ออกมาอีกก็มีการ Copy ผลงานนั้นไปอีกแล้วไปขายราคาที่ถูกกว่าซึ่งคนที่ Copy นั้นเหมือนกับลงทุนเครื่องจักรครั้งเดียวซื้อแผ่นแทนมาหนึ่งแผ่นแต่กลับทำเงินให้ตัวเองได้อีกหลายเท่าตัวเพราะยังไงแล้วประชาชนทั่วไปก็ต้องการที่จะซื้อไปดูโดยบางทีนั้นอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์พวกนี้นั้นบางครั้งทำออกมะจนเหมือนกับว่าผู้ผลิตตัวจริงนั้นทำออกมาขายซะเองแต่น้อยรายนั้นที่จะโดนจับเพราะมีเส้นสายเยอะทำให้เก็บสินค้าหรือปิดร้านไปก่อนการตรวจสอบ
   
ปัจจุบันนั้นตามริมถนนทั่วไปเราก็จะพอเห็นแผงลอยที่ขาย    ภาพยนตร์ต่างๆนาๆนั้นแต่รู้หรือว่าภาพยนตร์เหล่านั้นมีที่มาที่ไปถูกต้องหรือไม่อย่างไร เพราะต้องมีตัวแทนของทางผู้ผลิตมาด้วยถือจะจับกุมได้ ส่วนใหญ่นั้นก็จะได้แค่ลักษณะของร้านที่เปิดแล้วไม่มี พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ แต่โทษนั้นก็ถือว่าสูงอยู่เหมือนกันมีทั้งจำและปรับ สำหรับสินค้าจำพวกภาพยนตร์และเพลงนั้นน่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าหน้าตาของสินค้าที่ถูกต้องนั้นต้องเป็นอย่างไรไม่ได้หมายความว่าสินค้าพวกนี้นั้นจะวางขายตามแผงลอยไม่ได้แต่การบรรจุนั้นบางผู้ผลิตที่ละเมิดลิขสิทธิ์บางรายนั้นมีความสามารถที่สูงเกินบรรยายทำมาแบบเหมือนทุกกระเบียดนิ้วถ้าจะตรวจสอบกันจริงๆต้องถึงกับขอดูใบเสร็จหรือใบสั่งซื้อกันเลย