ขั้นตอนการจดลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องของไทย




ยังให้เกียรติกันอยู่หรือว่ากลัวโดนจับ

สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์นั้นทุกๆ วันก็มีผลิตออกมาตลอดเวลาและเป็นสินค้าเกือบจะทุกชนิดเลยก็ว่าได้ บางครั้งเมื่อสินค้าชนิดใดที่มีวางขายเยอะเกินไปนั้น ก็ย่อมเสี่ยงต่อการตรวจจับมากขึ้นยิ่งถ้าสินค้าตัวนั้นเป็นสินค้าที่กำลังมีกระแสมาแรง ตัวผู้ผลิตเองก็ย่อมหนีการตรวจจับ เพราะถ้าสินค้าที่ขายต่อไปให้พ่อค้าแม่ค้าคนกลางนั้นโดนจับบ่อยๆก็คงไม่มีใครที่จะอยากรับไปขายต่ออย่างแน่นอน เพราะไม่ทันไรก็จะถูกจับอีกเช่นเดิม ผู้ผลิตก็ต้องตามใจเหล่าพ่อค้าแม่ค้าซักหน่อยด้วยวิธีการต่างๆไม่ว่าจะลดราคาให้อีกจากเดิมเพื่อจะได้รับไปขายได้กำไรเยอะขึ้นอีกแต่นั้นก็คงไม่พอสำหรับพ่อค้าแม่ค้าไม่ใช่เพราะว่าจะได้เยอะขึ้นอีกหน่อยแล้ว จะไม่เป็นปัญหาหาอีกสุดท้ายก็จบแบบเดิม
    ล่าสุดนั้นเหล่าผู้ผลิตสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จึงตัดสินใจว่ายังคงเดินหน้าผลิตสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ต่อไปด้วยรูปแบบที่เหมือนยิ่งขึ้นแทบจะไม่ต่างกันซักจุดเดียวเลย คือเหมือนให้มากที่สุดไม่ต้องกลัวอะไร แต่สิ่งที่ต่างออกไปในการทำให้ไม่โดนจับกุมนั้นคือ โลโก้ยี่ห้อที่เปลี่ยนกันแค่ไม่กี่ตัวก็ทำให้ขายได้เหมือนเดิม พ่อค้าแม่ค้าถึงกับงงไปเลยกันทีเดียวเห็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์บางทีนึกว่าของจริงกันเลย แต่ทำให้แตกต่างกันด้วยยี่ห้อโลโก้เท่านั้นถ้าถามจริงๆว่าแค่ยี่ห้อโลโก้นั้นสามารถทำให้รอดตัวได้จริงหรือไม่นั้น ความจริงแล้วไม่ใช่สิ่งที่ทำให้รอดได้เลยเพราะ คำว่าละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ ก็อปปี้ ตามกฎหมายแล้วไม่ได้แค่ปกป้องแค่ชื่อของสินค้าเท่านั้นแต่ยังรวมถึงรูปลักษณ์ของตัวสินค้านั้นๆเองด้วยจากกรณีที่ได้มีการฟ้องร้องระหว่างยักษ์ใหญ่ของ2ค่ายบริษัท มีตัวอย่างหนึ่งว่าค่ายบริษัทนั้นได้ทำโทรศัพท์มือถือที่หน้าตาเหมือนของโทรศัพท์ตนขึ้นมาจึงได้ทำการฟ้องร้องไปสุดท้ายแล้วชนะได้ค่าเสียหายไปหลายหมื่นล้านบาทกันเลย