ขั้นตอนการจดลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องของไทย




ภาษาของการเรียกละเมิดลิขสิทธิ์ชาวบ้านเรียกก็อปปี้

ละเมิดลิขสิทธิ์นั้นเดินไปไหนก็จะเห็นกันได้ราวกับเดินไปซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าซื้อง่ายขายคล่องเป็นเทน้ำเทท่ากันเลย เพียงแค่ไม่กี่อย่างที่จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจให้เลือกซื้อ คือ ราคา ความเหมือนของตัวสินค้า คุณภาพที่เป็นรองนิดหน่อย 3ปัจจัยหลักแค่นี้ก็ทำให้ขายดีได้ทีเดียว แต่ก็มีตัวเลือกอีกอย่างหนึ่งที่ซ้อนลงไปอีกคือเรื่องเนื้องานของตัวสินค้าว่าเหมือนมากเหมือนน้อย ถ้ายิ่งเหมือนมากก็ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะขายไม่ได้ส่วนคุณภาพนั้นมาเป็นเรื่องรอง
   
ละเมิดลิขสิทธิ์หรือก็อปปี้ก็จะมีเกรดของเค้าเองเหมือนกันโดยส่วนใหญ่จะเป็น 3 เกรดมี A+ A B ถ้าบอกว่า A+นี่ไม่ต้องพูดถึงกันเลยทีเดียวว่าแทบจะหาข้อแตกต่างกันไม่ได้เลยต้องคนที่เคยใช้ของจริงมาแล้วเท่านั้นถึงจะรู้ว่าต่างกันอย่างไรบางทีนั้นก็อปปี้ A+ เจ้าของเองยังดูแล้วไม่รู้เลยก็มีราคานั้นก็จะอยู่ที่ประมาน 50%-75% ของราคาจริง ถ้า A เฉยๆก็ดูง่ายขึ้นอีกนิดเนื้องานเนื้อวัสดุจะไม่เหมือน A+ที่เป็นตัว Top เลยก็ว่าได้ ส่วนBก็จะเป็นของมีตำหนินิดหน่อยแต่ก็ยังพอถือว่าขายได้อยู่ในระดับหนึ่ง สินค้า 3 เกรดนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครอยากได้ราคาประมานไหนอีกเช่นกัน

แต่ที่กล่าวไปนั้นก็ไม่ได้เป็นการสนับสนุนให้ซื้อของก็อปปี้แต่อย่างใดเพราะถ้าเราอยากใช้ของสวยๆพวกนี้แต่ไปอุดหนุนสินค้าที่ไม่ใช้เจ้าของเค้าทำมาเองสิ่งที่เค้าจะได้รับก็คือไม่มีคนซื้อสินค้า เมื่อไม่มีคนมาซื้อสินค้าแล้วผู้ผลิตจะมีเงินที่ไหนไปทำทุนไปผลิตสินค้าหรือแม้แต่กระทั่งคิดว่าจะออกแบบสินค้ายังไงให้มีคนมาซื้อ สินค้าพวกนี้นั้นที่แพงก็อาจจะเพราะหายเหตุผลต่างกันไป ไม่ว่าจะเรื่องของราคาวัสดุ ค่าความคิด ค่าลิขสิทธิ์ในแต่ละชิ้นก็น่าจะมีการรวมเข้าไปแล้วด้วยเช่นกัน